ขั้นตอนผ่าคลอด มีขั้นตอนอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

สำหรับการผ่าคลอดในทางการแพทย์แล้ว เป็นวิธีการคลอดที่ทำในเฉพาะคุณแม่ที่มีภาวะต่างๆ บางประการที่เป็นข้อบ่งชี้สำคัญสำหรับการผ่าตัดคลอด เช่น มีโรคประจำตัวบางอย่างที่หากคลอดเอง ตามธรมชาติอาจมีอันตรายมากกว่า, ภาวะทารกตัวใหญ่กว่าเชิงกรานคุณแม่, ภาวะรกเกาะต่ำคลุมปากมดลูก, ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ(แนวที่ผิดปกติ) เป็นต้น เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่าการคลอดโดยวิธีการผ่าตัดน่าจะมีความเสี่ยงต่อคุณแม่และทารกน้อยกว่าการคลอดเอง อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยง หรือข้อเสียบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

คุณแม่ท่านใดที่เลือกจะคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอด หรือ คุณแม่บางท่านที่จำเป็นต้องผ่าคลอดเพราะเหตุฉุกเฉิน เรามาดูกันค่ะ ว่าคุณหมอทำอะไรกับท้องของเราบ้างขณะที่ทำการผ่าคลอด

ผ่าคลอดลูก มีขั้นตอนอย่างไร

โดยปกติแล้วคุณแม่ที่ต้องผ่าคลอดคุณหมอจะใช้เวลาไม่นาน นับเวลาตั้งแต่ลงมีดกรีดลงบนผิวหนังเพื่อผ่าคลอดจะใช้เวลาโดยประมาณ 9 นาที แต่คุณหมอบางคนอาจจะใช้เวลามากหรือน้อยกว่านี้แค่นิดๆหน่อย ๆ เท่านั้น แต่เมื่อรวมเวลาทำทุกอย่างให้ครบตามขั้นตอนการคลอดก็ประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ หลังจากให้ยาสลบหรือบล็อคหลังเมื่อถึงเวลาผ่าคลอดคุณหมอจะใช้มีดไฟฟ้าในการผ่าคลอด เมื่อผ่าผ่านผิวชั้นแรกไปก็จะเจอชั้นที่เป็นไขมัน คุณแม่ที่ผอม ๆ ชั้นไขมันก็จะไม่มากนักแต่สำหรับคุณแม่ที่อ้วนชั้นไขมันจะหนามาก คุณแม่บางคนไขมันหนาถึง 2-3 นิ้วเลยที่เดียวค่ะ

หลังจากทำการผ่าคลอดผ่านชั้นแรกมาแล้วก็จะเป็นชั้นกล้ามเนื้อ เมื่อผ่านชั้นนี้ไปก็จะเป็นผนังหน้าท้องและเยื่อบุหน้าท้อง พอผ่านช่วงนี้ทั้งหมดมาแล้วก็จะเจอมดลูก ในส่วนมดลูกคุณหมอจะลงมีดบาง ๆ และระมัดระวังที่สุด เพราะถ้าลงแรงไปอาจไปโดนตัวลูกได้ เมื่อผ่ามดลูกไปแล้วคุณหมอจะใช้มือค่อย ๆ ดึงหัวเด็กออกมา ตอนนี้คุณแม่อาจรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกเล็กน้อยค่ะ เมื่อนำลูกออกมาจากท้องได้แล้ว คุณหมอจะจับหัวเด็กให้ห้อยลงเพื่อไล่น้ำคร่ำที่ค้างอยู่ในปอดและหลอดลมให้ไหลออกมาให้หมดค่ะ และคุณหมออีกคนก็จะใช้ลูกยางแดงดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกเด็ก เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นคุณหมอทำคลอดก็จะส่งเด็กให้กับหมอเด็กไปดูแลในขั้นตอนต่อไปค่ะ

ขั้นตอนหลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลกเป็นอย่างไร

แพทย์จะนำทารกไปไว้ใน “ตู้อบ” ซึ่งเป็นเตียงที่อบอุ่นขนาดเล็กเพื่อให้กุมารแพทย์ทำการตรวจร่างกายลูกถ้าแพทย์พบว่าลูกของคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงแพทย์จะห่อตัวลูกด้วยผ้าห่มและส่งให้คุณแม่หรือคุณพ่ออุ้ม

เมื่อนำรกออกจากครรภ์จนหมดแล้วแพทย์จะเย็บปิดมดลูกและหน้าท้องของคุณแม่ด้วยรอยเย็บที่ปราณีตขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาคุณแม่กลับไปยังหอผู้ป่วยสูติกรรมซึ่งจะมีการสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้แก่คุณ

ส่วนใหญ่ คุณแม่จะฟื้นตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมง และออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 5 วัน แต่ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์เพื่อให้รอยแผลจากการผ่าตัดคลอดหายดี ดังนั้นคุณแม่จึงอาจจะต้องมีคนคอยช่วยเหลือเพื่อที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่

ธุรกิจออนไลน์ การมีแบบแผนพัฒนาให้กับธุรกิจของตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในสมัยนี้

ธุรกิจออนไลน์ การมีแบบแผนพัฒนาให้กับธุรกิจของตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในสมัยนี้

การผลิตแบบแผนของธุรกิจแบบที่เห็นได้ชัดเลยว่ามีความสบายทุกวิถีทางสำหรับในการใช้บริการร่วมดูกรยการที่มีผลิตภัณฑ์รวมทั้งการบริการที่น่าดึงดูดให้เลือกผ่านระบบ ธุรกิจออนไลน์ กันนั้นในระยะแรกเองแม้จะมีปัญหาเข้ามาก็สามารถดำเนินงานธุรกิจได้แม้มีการแก้ปัญหาเอาไว้ก่อน รวมทั้งความเตรียมการในการพัฒนาธุรกิจไม่สมควรอยู่กับที่เนื่องจากในทุกวันนี้เองการแข่งขันชิงชัยทางธุรกิจที่ได้มีต้นแบบธุรกิจปริมาณมาสำหรับการให้บริการของธุรกิจนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าควรมีการเตรียมของที่จำเป็นสำหรับเพื่อการทำธุรกิจเพราะเหตุว่าไม่มีความจำเป็นควรจะมีหน้าร้านค้าก็สามารถเริ่มทำงานธุรกิจของตนเองกันได้ ในมุมมองที่สำคัญของแนวทางการทำธุรกิจที่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงต้นแบบขึ้นมาให้ลูกค้านั้นได้ใช้บริการสบายเพิ่มมากขึ้นกันนั้นเองมาจากเหตุจำเป็นสำหรับเพื่อการทำธุรกิจที่จะดูได้ว่าในช่วงที่ได้มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยสำหรับในการดำรงชีวิตด้านต่างๆนั้นก็มีการปรับปรุงแบบอย่างการใช้ชีวิตประจำวันที่เร็วทันใจ สบายเยอะขึ้น

สำหรับเพื่อการทำ ธุรกิจออนไลน์ ที่ได้มีการวางแบบมาให้ร่วมใช้บริการสำหรับลูกค้านั้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทำตามอย่างขั้นตอนของการดูผลิตภัณฑ์และก็การบริการที่ปรารถนาได้ ก็เลยจำเป็นจะต้องมีแบบแผนในการพัฒนาธุรกิจเอาไว้เสมอเพื่อคุ้มครองป้องกันอุปสรรคต่อการเข้าใช้บริการและก็เพิ่มความสบายให้การบริการนั้นเอง ความสบายในเรื่องเกี่ยวกับการใช้บริการสมัยปัจจุบันนี้นั้นจะมองเห็นได้ว่ามีการเข้าถึงกันได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมกับระบบของอินเทอร์เน็ตที่ได้มาเป็นหนทางสำคัญสำหรับเพื่อการเปิดให้บริการยิ่งทำให้มองเห็นกันในทันทีเลยว่าในช่วงนี้เองได้มีการปรับปรุงลักษณะของระบบธุรกิจรวมทั้งการติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลกกันแล้ว ธุรกิจออนไลน์ ก็เลยได้เปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งวิถีทางสำคัญสำหรับการทำธุรกิจให้กับผู้ครอบครองนั้นมีการสร้างรายได้เข้ามาเวียนด้านในระบบของวิธีการทำธุรกิจกันได้เยอะขึ้นกว่าเดิมนั้นเอง ในส่วนที่จะต้องมีสำหรับการเริ่มทำธุรกิจลักษณะนี้กันนั้นควรมีการวางเป้าหมายขั้นตอนการทำธุรกิจให้มีการมองดูไกลเอาไว้ก่อน

ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีมีกี่วิธีและต้องเตรียมอะไรบ้าง

รถยนต์ทุกคันมีอายุทะเบียนที่อนุญาตให้ขับขี่ได้เพียง 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหนก็ตามทั้ง รถเก๋ง รถตู้ รถแวน รถปิคอัพ ฯลฯ ล้วนจะต้องชำระเป็นค่าภาษีเป็นประจำปีทุกๆ ปี หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ป้ายวงกลม” หรือ “ป้ายภาษี” ทีนี้เราจะมาดูกันว่า เมื่อถึงกำหนดการต่อภาษีรถยนต์เราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้างในการต่อทะเบียน และเสียภาษีรถยนต์ประจำปี อีกทั้งมีกี่วิธีที่จะสามารถทำได้ โดยใช้หลักฐาน ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี), หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่สิ้นอายุ, ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถยนต์ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป

กลุ่มต่อภาษีรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี (นับตั้งแต่วันจดทะเบียน) สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี ไม่ติดแก๊ส นับตั้งแต่วันจดทะเบียน (ได้ป้ายขาว) นะครับ อย่าไปจำเป็นวันที่ซื้อล่ะ ถือว่ารถที่อยู่ในกลุ่มนี้สะดวกสบายที่สุดเพราะไม่มีอะไรยุ่งยาก สามารถนำเล่มทะเบียนสีฟ้าหรือว่ารถที่ผ่อนกับไฟแนนซ์ก็ใช้สำเนาเล่มทะเบียน โดยถ่ายด้านรายละเอียดเลขตัวถัง ทะเบียนและชื่อเจ้าของรถ สามารถนำไปต่อภาษีรถยนต์ได้เลย และอย่าลืมแนบส่วนหาง พ.ร.บ. ไปด้วย

ส่วนถยนต์ที่มีอายุจดทะเบียนไม่เกิน 7 ปี แต่มีการติดตั้งพลังงานทางเลือกทั้งระบบแก๊ส LPG หรือ NGV หากมีการดัดแปลงและแจ้งการติดตั้งกับกรมขนส่งบันทึกลงในสมุดคู่มือทะเบียนรถไว้แล้วนั้น หากเป็นระบบถัง LPG ควรตรวจสอบระบบบรรจุก๊าซทุก 5 ปี และระบบ NGV/CNG ควรตรวจทุก 1 ปี ตามกรมการขนส่งทางบกกำหนด ส่วนตัวถังบรรจุแก๊สระบบ LPG ทุก 10 ปี และ NGV ทุก 5 ปี เป็นต้น โดยที่ในส่วนของตัว “รถ” นั้น “ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพเพื่อขอใบรับรองใดๆ” และอย่าลืมหลักฐานการทำ พ.ร.บ. แนบไปด้วย หรือ อาจจะไปใช้บริการตรวจสภาพเอกชน ที่มีขั้นตอนการตรวจสอบระบบแก๊สในสถานประกอบการเอกชนหรือ ตรอ. ที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่ง มีวิศวกรออกใบรับรองอย่างถูกต้องเท่านั้น โดยจะตรวจสอบระบบการทำงานทั่วไป, ตรวจสอบความพร้อมของชุดจ่ายแก๊ส, ตรวจสอบอายุถังบรรจุแก๊ส, ตรวจสอบระบบบรรจุแก๊ส

กลุ่มรถที่มีอายุเกิน 7 ปี (นับตั้งแต่วันจดทะเบียน) ในกลุ่มรถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี แต่ไม่มีการติดตั้งแก๊ส เพียงแค่นำรถไปตรวจสภาพความพร้อมในการใช้งานกับสถานประกอบการเอกชนหรือ ตรอ. ที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่ง หรือนำรถเข้าไปตรวจสภาพที่กรมขนส่งโดยตรงได้เช่นกัน และอย่าลืมแนบหลักฐานการทำ พ.ร.บ.ไปด้วย

ส่วนการต่อภาษีรถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี  ที่ติดตั้งแก๊ส นอกจากต้องตรวจสภาพกับ ตรอ.แล้ว จำเป็นต้องนำรถไปตรวจสอบระบบแก๊สด้วย ตามหลักเกณฑ์เดียวกับรถไม่เกิน 7 ปี นั่นคือ อายุการติดตั้งระบบแก๊สนับจากวันที่ระบุไว้ รวมถึงถังบรรจุแก๊สด้วย เมื่อตรวจสอบทุกอย่างครบก็สามารถนำรถเข้าไปต่อทะเบียนได้เลย โดยอย่าลืมพ.ร.บ.แนบไปด้วย

การตรวจสภาพรถเกิน 7 ปี นั้นมีรายละเอียดคร่าวๆ คือ การตรวจสอบระบบไฟฟ้ารถยนต์ทั้งระบบ เช่น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟหน้าปัด ต้องติดครบ ระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยจะมีเครื่องทดสอบการห้ามล้อที่พื้น เพียงนำรถขับลงไปและเบรก คอมพิวเตอร์ก็จะแสดงผลแรงเบรกเป็นตัวเลขซึ่งต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงเบรกมือต้องใช้งานได้ด้วย เป็นต้น